บทที่ 2 กลยุทธ์เดิมอีกครั้ง
สายตาอันเยือกเย็นของเจตน์เปรียบเสมือนมีดที่กรีดแทงหัวใจของอรวินท์ มันทำให้เธอรู้สึกหมดเรี่ยวแรงและสิ้นหวังในทันที
เธอมองแผ่นหลังของเขาที่อุ้มรดาเดินจากไปอย่างร้อนรน อรวินท์เผลอยกมือขึ้นลูบท้องของตนเองด้วยความแผ่วเบา พร้อมกับกัดริมฝีปากแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด
"ขอประทานโทษค่ะ เชิญคุณออกไปเถอะค่ะ" สาวใช้ในคฤหาสน์เอ่ยปากไล่เธออย่างไม่ไว้หน้า
อรวินท์ถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์กิมไท้อย่างไร้ความปรานี ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจตน์ก็ได้ออกคำสั่งเด็ดขาด
นอกจากการไปตรวจครรภ์ตามนัดแล้ว ห้ามไม่ให้เธอก้าวเท้าออกจากห้องแม้แต่ครึ่งก้าว ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการกักบริเวณเธอทางอ้อม!
ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้รับหนังสือสัญญาหย่าร้าง
เมื่อปลายนิ้วของเธอสัมผัสกับเอกสารฉบับนั้น ภาพใบหน้าอันเย็นชาและแววตาที่เหมือนอยากจะฆ่าเธอให้ตายของเจตน์ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
และนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบหย่า เธอก็ไม่ได้เห็นหน้าเจตน์อีกเลย
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนที่สองหลังจากที่อรวินท์คลอดลูก
วันนี้ อรวินท์กำลังเล่นกับลูกน้อยตามปกติ
จู่ๆ มือที่ถือของเล่นอยู่ก็ชะงักไป เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล "พี่รมย์ชลีคะ ทำไมหน้าลูกถึงแดงขนาดนี้ล่ะคะ?"
พี่รมย์ชลีเดินถือขวดนมเข้ามา "คุณคะ คุณหนูไม่สบายหรือเปล่าคะ?"
เธอลองเอามือแตะที่หน้าผากของเด็กน้อย "ตัวร้อนจี๋เลยค่ะคุณ คุณหนูน่าจะเป็นไข้แล้วค่ะ"
"รีบไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ!"
อรวินท์ร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติด ไม่ห่วงแม้กระทั่งจะเปลี่ยนเสื้อผ้า รีบอุ้มลูกออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่รมย์ชลีทันที
หัวอกคนเป็นแม่ อรวินท์ทนเห็นลูกเจ็บป่วยไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เมื่อเห็นใบหน้าแดงก่ำของลูกน้อย น้ำตาก็พาลจะไหลเอ่อคลอเบ้า
โชคดีที่วันนี้รถไม่ติด พวกเธอจึงสามารถเดินทางไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากตรวจเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว
พี่รมย์ชลีไปรับยาที่ห้องยา ส่วนลูกน้อยที่ไข้ลดลงแล้วกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอรวินท์ ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขยับขมุบขมิบเป็นระยะ ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูเหลือเกิน
เมื่อมองดูใบหน้ายามหลับใหลของลูก อรวินท์ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ถึงแม้ในใจของเจตน์จะไม่มีเธอ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีลูก
ขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับความสุขอยู่นั้น แสงไฟเหนือศีรษะก็ดูเหมือนจะมืดลง
อรวินท์นึกว่าพี่รมย์ชลีกลับมาแล้ว จึงเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "พี่รมย์ชลี ดูแกสิคะ..."
คำพูดยังไม่ทันจบประโยค เธอก็ต้องชะงัก สีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที "รดา! เธอมาทำอะไรที่นี่?"
โลกกลมจริงๆ เธอพาลูกมาหาหมอ ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอคู่ปรับอย่างรดาที่นี่!
รดาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้น พลางใช้เล็บที่ยาวแหลมจิ้มลงไปที่แก้มของเด็กน้อย "ทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ? โรงพยาบาลไม่ใช่บ้านเธอสักหน่อย ดูสิ เด็กคนนี้หลับสบายเชียวนะ"
อรวินท์ตกใจเล็กน้อย รีบอุ้มลูกถอยหลังหนี จ้องมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง "เธอต้องการอะไร? ออกไปให้ห่างจากลูกฉันนะ!"
รดาหัวเราะเยาะเบาๆกอดอกมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม "อรวินท์ เธออย่าลืมสิ ในใบหย่าระบุไว้ชัดเจนว่าเด็กคนนี้ต้องอยู่ในความดูแลของพี่เจตน์ และพี่เจตน์ก็เซ็นใบหย่ากับเธอไปตั้งนานแล้ว"
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างผู้ชนะ "ส่วนฉัน... อีกไม่นานก็จะแต่งงานกับพี่เจตน์ ถึงตอนนั้นเด็กคนนี้ก็ต้องเรียกฉันว่าแม่ เธอควรจะเจียมตัวหน่อยนะ ส่งเด็กมาให้ฉันดูหน่อย ให้ฉันได้ทำความคุ้นเคยกับลูกไว้บ้าง!"
สีหน้ายั่วยวนและท่าทางได้ใจของรดา กรีดแทงความรู้สึกของอรวินท์อย่างรุนแรง
มือทั้งสองข้างที่แนบลำตัวกำหมัดแน่น พอคิดว่าลูกของตัวเองจะต้องเรียกผู้หญิงจิตใจอำมหิตคนนี้ว่าแม่ เธอก็โกรธจนตัวสั่น!
แต่เธอจะทำอะไรได้ล่ะ? เธอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในใบหย่าไม่ได้ และไม่มีทางสู้คดีแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูกกับเจตน์ได้เลย
อรวินท์ข่มความรู้สึกอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนรดา พยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็น ใบหน้าเรียบเฉย "เจตน์ไม่อยู่ที่นี่ และฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอได้เจอลูกของฉันหรอก!"
เมื่อสิ้นคำพูด เธอก็โอบอุ้มลูกน้อยไว้แนบอกแล้วหันหลังเตรียมจะเดินหนีไป
แม้ในใจจะยังรักเจตน์ แต่เธอไม่เหลือเยื่อใยให้กับการแต่งงานครั้งนี้อีกแล้ว
ลูกคือแก้วตาดวงใจของเธอ! เธอไม่มีวันยอมให้รดามาแตะต้องเด็ดขาด!
รดามีหรือจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ รีบเข้าไปขวางทางและพยายามแย่งตัวเด็กอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม "เธออยากเจอพี่เจตน์งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! วันนี้เธอต้องส่งเด็กมาให้ฉัน!"
อรวินท์เพิ่งคลอด ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดีแถมยังผอมโซ อีกทั้งต้องคอยระวังลูก จะไปสู้แรงรดาไหวได้ยังไง
ยื้อแย่งกันไปมาไม่กี่ที เธอก็เริ่มหมดแรง
รดาฉวยโอกาสผลักอย่างแรงจนอรวินท์เสียหลักล้มลง
ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ วินาทีที่ล้มลง เธอรีบกอดลูกไว้แน่นเพื่อปกป้อง ใช้แผ่นหลังกระแทกพื้นเต็มๆ ความเจ็บปวดทำให้เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
"คุณคะ!"
พี่รมย์ชลีกลับมาพอดี ทิ้งถุงยาในมือแล้วรีบเข้าไปพยุงอรวินท์ขึ้นมา
พี่รมย์ชลีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปตบหน้ารดาฉาดใหญ่
รดาหน้าเหวอ ยกมือลูบแก้ม จ้องหน้าพี่รมย์ชลีด้วยความตกตะลึง "นะ... นังขี้ข้า แกกล้าตบฉันเหรอ!"
พี่รมย์ชลีตะคอกกลับอย่างโมโห "ตบแล้วจะทำไม! ใครใช้ให้หล่อนมารังแกคุณผู้หญิงล่ะ!"
กลัวเรื่องจะบานปลาย อรวินท์รีบส่งลูกให้พี่รมย์ชลีแล้วเอาตัวเข้าไปขวาง พูดเตือนเสียงต่ำ "รดา ที่นี่โรงพยาบาล เป็นที่สาธารณะ เธออย่ามาทำอะไรประเจิดประเจ้อแถวนี้นะ!"
เธอรู้นิสัยรดาดี กลัวว่าจะมาอาละวาดที่นี่
รดาอาจจะหน้าด้าน แต่เธอยังมียางอาย!
ทันใดนั้น รดาก็เม้มปาก ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
อรวินท์สังหรณ์ใจไม่ดีทันที พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นรดาตบหน้าตัวเองอีกข้างที่ยังไม่โดนตบอย่างแรง!
ใบหน้าของหล่อนแดงบวมขึ้นมาทันตาเห็น รอยนิ้วมือห้านิ้วปรากฏชัดเจน
เสียงตบหน้าดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงรดาสะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา พลางเอามือกุมแก้มที่บวมเป่งเอาไว้ ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ "อร... รดาแค่เป็นห่วงหลาน อรอย่าเข้าใจผิดสิคะ"
อรวินท์กับพี่รมย์ชลีงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าหล่อนมาไม้ไหน
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างกายของอรวินท์เกร็งเครียดขึ้นมาทันที เธอเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
เจตน์ที่ได้ยินเสียงตบหน้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อได้เห็นรอยนิ้วมือแดงระเรื่อบนใบหน้าของรดา เขาก็หันขวับไปจ้องอรวินท์ตาเขียวปั๊ด ใบหน้าถมึงทึง แผ่รังสีความโกรธออกมาจนน่ากลัว
ใบหน้าซีดเซียวของอรวินท์ยิ่งซีดลงไปอีก เธอจ้องมองเจตน์ไม่วางตา
พอเห็นคนมาให้ท้าย รดาโผเข้าซบลงบนแผ่นอกของเจตน์ พลางส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา "พี่เจตน์คะ รดาเห็นอรพาลูกมาหาหมอ เลยอยากจะเข้ามาทักทาย แต่ไม่คิดว่าอรจะเกลียดรดาขนาดนี้ เธอไม่ยอมให้รดาเข้าใกล้ลูกเลยค่ะ"
เธอสูดน้ำมูก เอามือกุมหน้าอก ร้องไห้จนตัวโยน "พี่เจตน์คะ ถ้าลูกของเรายังอยู่ ป่านนี้ก็คงใกล้คลอดแล้ว รดาคิดถึงลูกเหลือเกินค่ะ"
ใบหน้าเคร่งขรึมของเจตน์ฉายแววเจ็บปวด เจตน์โอบกอดร่างของเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยปากปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล "ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง"
รดาก้มหน้าลง แอบยิ้มเยาะที่มุมปากด้วยความสะใจที่แผนการสำเร็จ
เจตน์โอบรดาไว้ในอ้อมแขน แล้วหันมามองอรวินท์ด้วยสายตาเย็นยะเยือก "เธอเป็นคนตบรดาใช่มั้ย?"
แรงกดดันอันมหาศาลส่งผลให้อรวินท์ต้องจำใจถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าว
พี่รมย์ชลีจะก้าวออกมาอธิบาย แต่อรวินท์ดึงแขนไว้ ดันตัวพี่เลี้ยงและลูกไปไว้ข้างหลัง
เธอเคยเห็นฤทธิ์เดชของรดามาแล้ว พี่รมย์ชลีเป็นคนซื่อๆ ตรงไปตรงมา ไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมของรดาหรอก ต่อให้พี่รมย์ชลีพูดจนปากฉีก เจตน์ก็ไม่มีวันเชื่อ!
อรวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าสบตาเขา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ใช่ ฉันตบเอง"
พี่รมย์ชลีกระตุกชายเสื้อเธอเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
รดาเองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ด้วยไม่คาดคิดว่าอรวินท์จะยอมรับออกมาโดยง่ายเช่นนี้
ใบหน้าของเจตน์ดูน่ากลัวขึ้นไปอีก เขาก้มลงถามรดา "มันตบคุณกี่ที?"
รดาปรับสีหน้าในทันควัน พลางกระพริบตาถี่แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อย "ทะ... ทีเดียวค่ะ"
มองดูใบหน้าบวมช้ำทั้งสองข้าง เจตน์ถามย้ำเสียงเข้ม "ตบไปกี่ทีกันแน่?"
รดาแสร้งทำเป็นสูดน้ำมูก พลางตีสีหน้าลำบากใจคล้ายกับไม่อยากจะเอ่ยความจริงออกมา "หะ... ห้าทีค่ะ"
พี่รมย์ชลีทนไม่ไหว ตะโกนแก้ต่าง "โกหก! คุณผู้หญิงไม่ได้ตบนะ ฉันต่างหาก..."
"พี่รมย์ชลี!" อรวินท์รีบดึงตัวเธอไว้ เม้มปากแน่นแล้วพูดขัดขึ้น "พี่รมย์ชลี ลูกน่าจะหิวแล้ว พี่พาลูกไปห้องให้นมเถอะค่ะ"
อรวินท์ยืนหันหลังให้เจตน์กับรดา ขยิบตาส่งสัญญาณให้พี่รมย์ชลี
พี่รมย์ชลีจำต้องกลืนความโกรธลงคอ ถลึงตาใส่รดาหนึ่งที ก่อนจะอุ้มคุณหนูเดินไปที่ห้องให้นมบุตร
พอพี่รมย์ชลีออกไปแล้ว อรวินท์ก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกเขา "เรื่องตบรดา ฉันขอโทษ"
เจตน์หรี่ตาลง มองเธอด้วยความเย็นชา
รดาสูดน้ำมูก แสร้งทำเป็นแม่พระใจกว้าง พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน "อร... เราเป็นเพื่อนรักกัน ไม่เป็นไรหรอก รดาไม่โกรธ"
อรวินท์เม้มปากแค่นยิ้ม ฉากละครตบตาแบบนี้... ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน
